5 ความเชื่อผิดๆ จากใจ PR (ที่อยากจะตะโกน)

Written by

Rujirek Russameejaturong
Rujirek Russameejaturong

Share article

Table of Contents

จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ PR  สิ่งทีเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนอาจมีประสบการณ์ร่วมเหมือนกันเมื่อต้องนำเสนอแคมเปญ หรือสรุปผลหลังงาน คือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ของงานที่ออกมา หรือแม้กระทั่งการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ ของแคมเปญต่างๆ ซึ่งบางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจเกิดจาก “ความเชื่อผิดๆ” เกี่ยวกับงาน PR ที่มักถูกมองว่า PR ต้องสร้างยอดขาย หรือต้องเปลี่ยนผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขที่แสดง ‘มูลค่า’ แต่อาจไม่ได้สะท้อน ‘คุณค่า’ ของ PR อย่างแท้จริง 

หลายครั้งความเข้าใจแรกเริ่มที่ผิด ได้นำไปสู่การใช้เครื่องมือ PR ที่ไม่ได้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ต้องการ จึงอยากให้ทุกคนลองมาสำรวจความคิดว่าตัวเองติดกับดักใน “ความเชื่อผิดๆ” กันอยู่หรือไม่ และในฐานะของคน PR เราควรจะอธิบายเนื้องานของเราอย่างไรเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของ PR รวมไปถึงการยกระดับบาร์ของวงการให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป 

PR คือ ของฟรี 

ภาพหนึ่งของงาน PR ที่หลายคนมองเห็นและจับต้องได้ คือการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์และสานสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพียงด้านหนึ่งของงาน PR ที่ทำให้หลายคนมองว่า PR เป็นช่องทาง “ฟรี” และเป็นเพียงกิจกรรมเสริมที่ไม่ต้องลงทุนก็ได้ลงข่าว แต่แท้จริงแล้วใต้ยอดภูเขาน้ำแข็งนั้น การสื่อสารของ PR จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ ทั้งความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สถานการณ์ การเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำมาสร้างสารที่สื่อถึงภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ให้น่าสนใจภายใต้แนวคิด PESO Model ที่เป็นองค์ประกอบหลักของการทำ PR ยุคดิจิทัล ซึ่งต้องมองให้ครบ 360 องศา โดยผสาน P, E, S, O

Paid Media (การซื้อโฆษณาและการจ้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้องใช้งบประมาณ)

Earned Media (การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน เพื่อให้ได้มาซึ่งการพิจารณาเผยแพร่ข่าวสารโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

Shared Media (การสร้างเนื้อหาที่มีความน่าสนใจ และมีคุณค่าจนทำให้ผู้คนในสังคมออนไลน์แชร์ต่อกัน) เพื่อให้การสื่อสารครอบคลุมทุกมิติของการสื่อสารที่จำเป็นในยุคดิจิทัล

Owned Media (การสร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ บล็อก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่แบรนด์เป็นเจ้าของ)

ดังนั้น หากพิจารณาจากการใช้แนวคิด PESO Model จะเห็นว่า “PR ไม่ใช่ของฟรี” อย่างเดียว แต่ต้องใช้ทรัพยากรและกลยุทธ์อย่างรอบคอบและมีการลงทุนที่เหมาะสม 

ที่มาของภาพ: https://www.bizcommunity.com/Article/196/18/150778.html

PR ไม่ต้องมีก็ได้ 

หลายองค์กรมักมองว่า PR ไม่ใช่กิจกรรมหลักที่ต้องลงทุน และการมีอยู่ของ PR คือ “ความสิ้นเปลือง”  เนื่องจากไม่ได้สร้างยอดขาย หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นรายได้ให้องค์กร  นอกจากนี้ผลของการสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสารของ PR อาจเห็นผลทางรูปธรรมได้ช้า ทำให้หลายครั้งแผนก PR มักถูกจำกัดงบประมาณ แต่หากมองย้อนกลับไปยังบทบาทที่สำคัญที่สุดของ PR คือการสร้างคุณค่าของแบรนด์ผ่านการบริหารจัดการภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย “เชื่อ” ในแบรนด์ ซึ่งการสร้างความเชื่อให้เกิดขึ้นได้ เกิดจากการสั่งสมของงาน PR ที่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง เพื่อความสำเร็จขององค์กรอย่างมั่นคง นอกจากนี้ PR ยังมีส่วนสำคัญในการจัดการสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดที่กระทบกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และช่วยผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างราบรื่นอีกด้วย การทำ PR จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ Customer Experience ที่ไม่ควรแยกจากกัน

PR = งานขาย


การประชาสัมพันธ์ และการขายเป็นสองหน้าที่ซึ่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร แต่หลายคนยังคงมีความเข้าใจผิดว่า PR คืองานที่จะช่วยสร้างยอดขายโดยตรง ซึ่งความจริงแล้ว PR และการขายมีบทบาทและเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเป้าหมายหลักของ PR คือ การช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและสร้างภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจอันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างฐานลูกค้าและความภักดีในระยะยาว  
 
ดังนั้น การวัดผลของ PR จึงไม่ควรใช้ยอดขายเป็นตัวชี้วัดโดยตรง แต่การวัดผลของ PR ควรพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ เช่น 

  • การรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness): การที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น  
  • ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ (Brand Trust): การที่ผู้บริโภคมีความไว้วางใจในแบรนด์มากขึ้น 
  • ความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย (Audience Engagement): การที่แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์และมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้ 
  • ความรู้สึกและความคิดเห็นที่ดีต่อแบรนด์ (Sentiment Analysis): การที่ผู้บริโภคมีความคิดเห็นและความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ 

ตัวเลข PR วัดความสำเร็จไม่ได้ 

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาวงการ PR มักวัดผลกันด้วยตัวชี้วัดที่คลุมเครืออย่าง PR Value หรือ AVE จึงทำให้ขาดความชัดเจนเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดอย่างยอดขายหรือกำไร ทำให้หลายครั้งการนำเสนอผลงานของฝ่าย PR มักถูกมองข้าม ผู้บริหารหลายคนอาจมองคุณค่าของ PR ผ่านไปเนื่องจากตัวเลขของผลงานแบบเก่าชี้วัดได้ยากและจับต้องไม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงถูกประเมินว่า PR “วัดความสำเร็จไม่ได้” ทั้งที่จริงแล้ว “ราคา” ของงาน PR จำเป็นต้องสะท้อนกลับมาในหลากหลายชั้น ตั้งแต่การรับรู้ (Awareness) กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายสนใจ (Interest) และชื่นชอบในแบรนด์ (Desire) และพัฒนาไปจนถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Action) เพื่อเป้าหมายสู่ Brand Love ที่เปรียบเสมือนจุดสูงสุดบนยอดภูเขาน้ำแข็งในโลก PR 
 
หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วถ้าหากไม่ใช้มาตรวัดเก่าที่มีปัญหาแล้วเราจะทำอย่างไรต่อ พวกเราคิดว่าปัจจุบันมีแนวคิดการวัดผลแบบหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากขึ้น นั่นคือ AMEC Integrated Evaluation Framework ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ 

ที่มาของภาพ: https://www.smartinsights.com/traffic-building-strategy/offer-and-message-development/aida-model/

PR คือการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเท่านั้น 

ในอดีต หากพูดว่างาน PR คือการสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชน คงเป็นนิยามที่ถูกต้องแล้วของสายงานนี้ เพราะสื่อมวลชนคือช่องทางหลักในการเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูล แต่ปัจจุบันในโลกที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็น Content creator ได้ ทำให้ภูมิทัศน์สื่อ (Media Landscape) เปลี่ยนไปอย่างมาก บทบาทของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ กลายเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคใช้ในการรับรู้ข่าวสาร ทำให้ PR ต้องปรับตัวและใช้ประโยชน์จากช่องทางเหล่านี้ด้วย การทำงานร่วมกับ KOL (Key Opinion Leaders) และ KOC (Key Opinion Customers) จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทาง นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทำ PR ในปัจจุบันต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ เช่น KOL KOC ไปจนถึงกลุ่มชุมชนออนไลน์ที่อยู่ใน Shared Media เพื่อให้การสื่อสารมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

เราเชื่อว่าถ้าเราทุกคนสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันได้ จะยิ่งทำให้ทั้งทุกคนที่อยู่แวดวง PR หรือแม้กระทั่งสายงานอื่นๆ พบเรื่องราวมากมายใต้ภูเขาน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่อาจแปรเป็นหมากชิ้นสำคัญบนเกมธุรกิจก็เป็นได้ 

Written by

Rujirek Russameejaturong
Rujirek Russameejaturong

Explore related Insights

We use cookies to enhance website performance and provide you with a better browsing experience. For more information, please read our Privacy Policy.

Privacy Preferences

You can customize your cookie preferences by enabling or disabling cookies in each category. However, strictly necessary cookies cannot be disabled, as they are essential for the proper functioning of the website.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save