News Avoider (คนหนีข่าว): การเปลี่ยนแปลงในการบริโภคสื่อ

Written by

Jakrapong Kongmalai
Jakrapong Kongmalai

Share article

Table of Contents

คุณเคยรู้สึกว่าทุกวันนี้ข่าวสารต่างๆ นานามันถาโถมเข้ามาในชีวิตทำให้รู้สึกหนักอึ้งในใจบ้างไหมครับ? แล้วพอมันหนักเราก็เริ่มรู้สึกไม่อยากจะเสพข่าวสารมากไปกว่านั้น ถ้าหากเป็นเช่นนั้น คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วล่ะ เพราะนี่คือเทรนด์ที่เรียกว่า คนหนีข่าว หรือ news avoider นั่นเอง

ใครคือคนหนีข่าว?

คนหนีข่าวคือบุคคลที่เลือกที่จะไม่ติดตามข่าวสารโดยตั้งใจ เนื่องจากรู้สึกเครียด เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่ดีจากการได้รับข่าวสารที่มีเนื้อหาเชิงลบอย่างต่อเนื่อง การหลีกเลี่ยงนี้ไม่ใช่แค่เพื่อหลีกหนีจากความเครียด แต่ยังเป็นวิธีการรักษาสุขภาพจิตในยุคที่ข่าวสารเข้าถึงตัวเราได้ตลอดเวลา เหล่า news avoiders มักเลือกที่จะหาความสงบจากสิ่งอื่นแทน

แนวโน้มในประเทศไทยและทั่วโลก

จากรายงานของ Reuters Institute Digital News Report 2023 พบว่า 36% ของกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกยอมรับว่าหลีกเลี่ยงข่าวสารในบางครั้งหรือบ่อยครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2017

นี่ไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มในระดับโลกเท่านั้น แต่ในประเทศไทยก็เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Z และ Millennials แนวโน้มของการเป็น news avoider ก็มีความชัดเจนมากขึ้น คนเหล่านี้เปลี่ยนไปเสพเนื้อหาที่สั้น กระชับ และให้ความบันเทิงมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าผู้หลีกเลี่ยงข่าวมักมองว่าข่าวสารไม่ช่วยพัฒนาชีวิตของพวกเขาและรู้สึกว่ามันเน้นแต่เรื่องลบมากเกินไป เช่น ข่าวเศรษฐกิจ การเมือง หรือสงคราม ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปมองหาเนื้อหาที่ให้แรงบันดาลใจหรือไม่ก็เนื้อหาที่บอกแนวทางแก้ปัญหาที่กำลังติดขัดอยู่

แล้วแบรนด์และสื่อควรปรับตัวอย่างไรกับเรื่องคนหนีข่าว?

  1. เน้นเรื่องราวเชิงบวกและสร้างแรงบันดาลใจ: สร้างเนื้อหาที่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ พร้อมแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่ต้องการหลีกหนีจากข่าวสารเชิงลบ เช่น สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับคนที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เช่น เรื่องราวของผู้ประกอบการที่สามารถฟื้นฟูธุรกิจหลังโควิด-19 หรือการริเริ่มโครงการเพื่อชุมชนที่ช่วยแก้ปัญหาสังคม
  2. ใช้สื่อรูปแบบใหม่: สร้างสรรค์เนื้อหาสำหรับช่องทางที่คนรุ่นใหม่ใช้งาน เช่น วิดีโอสั้นหรืออินโฟกราฟิก ที่เข้าใจง่ายและดึงดูดความสนใจ เช่น ทำวิดีโอสั้น 60 วินาทีเกี่ยวกับวิธีจัดการเงินในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง พร้อมกราฟิกสวยงาม และเผยแพร่บน TikTok หรือ Instagram Reels เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ต้องการคำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  3. สร้างความสมดุลระหว่างข่าวหนักและข่าวเบา: การรายงานข่าวสำคัญควรผสมผสานเรื่องราวที่ช่วยให้คนรู้สึกเชื่อมโยงและมีกำลังใจ เช่น รายงานข่าวการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายที่กระทบชีวิตประชาชน ควบคู่กับการนำเสนอเคล็ดลับง่ายๆ เช่น การปลูกผักในพื้นที่จำกัด หรือเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้าน

สรุป

เมื่อคนหนีข่าวหรือ news avoiders กลายเป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายมากขึ้น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่แบรนด์และสื่อจะต้องปรับกลยุทธ์เนื้อหาให้หลากหลาย ทำให้คนอ่านมีส่วนร่วม และเน้นไปที่การแก้ปัญหา ถ้าทำได้เช่นนั้น แทนที่คนอ่านจะรู้สึกหนักใจ ก็เชื่อเลยว่าคนอ่านและลูกค้าก็จะหันมาชื่นชอบแบรนด์หรือสื่อของเราได้ไม่ยากเลย

แต่อย่างไรก็อย่าตกใจไปนะครับ ข่าวยังคงเป็นสิ่งสำคัญในงาน PR เพราะเป็นการสื่อสารข้อเท็จจริงที่มาจากแบรนด์ แค่เราทดไว้ในใจว่าคนเค้าเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว และเราจะลงมือแก้กันอย่างไร แค่นั้นก็พอ

ที่มา: Reuters Institute

Written by

Jakrapong Kongmalai
Jakrapong Kongmalai

Explore related Insights

We use cookies to enhance website performance and provide you with a better browsing experience. For more information, please read our Privacy Policy.

Privacy Preferences

You can customize your cookie preferences by enabling or disabling cookies in each category. However, strictly necessary cookies cannot be disabled, as they are essential for the proper functioning of the website.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save